กระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงราว 3-6 ศอก กิ่งก้านมีสีม่วงแดง ใบมีหลายรูป เช่น ขอบใบเรียบ หรือหยักเว้า 3 หยัก ดอกสีชมพู ตรงกลางจะมีสีเข้มกว่ากลีบส่วนนอก เมื่อกลีบดอกร่วง ใบประดับและกลีบเลี้ยงจะเจริญขึ้น มีสีม่วงแดงเข้มหุ้มผลไว้ภายใน มีเมล็ด ใช้ปลูก ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ใบประดับและกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดง รสเปรี้ยว ทำแยมหรือใช้เป็นสารแต่งสี ในเยลลี่ ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผัก ใช้แกงส้ม กระเจี๊ยบเปรี้ยว มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ส้มพอเหมาะ" ใบประดับ กลีบเลี้ยงและใบมีรสเปรี้ยว ใช้เป็นยากัดเสมหะ กระชาย กระชายเป็นไม้ล้มลุก สูงราว 1-2 ศอก มีลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน สีน้ำตาลเข้ม ขนานกับดิน มีราก รูปทรงกระบอก ปลายแหลมจำนวนมาก เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่น หอม เฉพาะกาบใบ มีสีแดงเรื่อ ใบใหญ่ยาวรีปลายแหลม ดอกเป็นช่อ สีขาวอมชมพู บานครั้งละ 1 ดอก ปลูกในฤดูแล้ง โดยใช้เหง้าและราก มีรสเผ็ดร้อน ช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี ปรุงเป็นอาหารหลายชนิด เช่นน้ำยาขนมจีน แกงป่าปลา ปลาร้าหลน กะปิคั่ว แกงขี้เหล็ก รับประทานอาหารที่มี กระชายอยู่ด้วย จะช่วยขับลมได้ดี แก้ปวดมวนในท้อง แก้ท้องอืด เฟ้อ บำรุงกำลัง กระเทียม กระเทียมเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่า หัว หัวมีกลีบย่อยหลายกลีบ ติดกัน เนื้อสีขาว มีกลิ่นฉุนเฉพาะบางครั้งในหนึ่งหัวมีกลีบเดียว เรียก "กระเทียมโทน" หัวค่อนข้างกลม ใบยาวแบน ปลายแหลม ภายในกลวงดอกรวมกันเป็นกระจุกที่ปลาย ก้านช่อดอก ดอกสีขาวอมเขียวหรือ อมชมพู-ม่วง ผลมีขนาดเล็ก ใช้หัวปลูกได้ทั่วไป ป็นผักได้ทั้งใบ และหัวใต้ดิน หัวกระเทียมตากแห้งเก็บไว้ใช้ได้นาน ปรุงรส และแต่งกลิ่นอาหารหลายอย่าง กระเทียมดองเก็บไว้รับประทานได้นาน ๆ รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร รักษากลาก เกลื้อน กล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้าเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าสีน้ำตาลแข็ง ลำต้นสูง ลำต้นที่อยู่เหนือดิน รูปร่างกลม เป็นส่วนของกาบใบหุ้มกันแน่น ใบสีเขียวใหญ่ ก้านใบยาวและเห็นชัดเจน ดอกออกที่ปลาย ลำต้นเป็นช่อใหญ่ ลักษณะห้อยลง ช่อดอกยาวประมาณ 1/2 -3/4 ศอก เรียกว่า ปลี มีดอกย่อย ออกเป็นแผง ผลจะติดกันเป็นแผง เรียกว่า หวี ซ้อนกัน หลายหวี เรียกว่า เครือ ใช้หน่อปลูก ปลูกได้ทั่วไป กล้วยเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์ประจำวันมาก ใบกล้วยที่เรียกว่า ใบตอง ใช้ห่อขนม ต้นกล้วยใช้เลี้ยงหมู ทำแพ เป็นอุปกรณ์ในการทำกระทง ใส้ในต้นกล้วยที่ยังไม่ออกเครือ ใช้ทำอาหาร เช่น แกงกับกะทิ รับประทานเป็นผักสด หรือกับขนมจีนน้ำยา หัวปลีใช้แกงเลียง ทำเป็นขนมหวานหลายรูปแบบ เช่น กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ กล้วยปิ้ง กล้วยตากอบน้ำผึ้ง กล้วยกวน กล้วยทอด กะเพรา กะเพราเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก โคนต้นที่แก่เป็นไม้เนื้อแข็ง ยอดเป็นไม้เนื้ออ่อน ลำต้นและใบมีขนอ่อน มีกลิ่นหอมฉุน รูปรี ปลายใบและโคนใบแหลมหรือมนเล็กน้อย ขอบใบหยัก ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยออกรอบแกนกลางเป็นชั้น ๆ กะเพราปลูกเป็นผักสวนครัวอยู่ทั่วไป มีกะเพราขาวและกะเพราแดง กะเพราขาวมีส่วนต่าง ๆ เป็นสีเขียว ส่วนกะเพราแดง จะมีส่วนต่าง ๆ เป็นสีเขียวอมม่วงแดง ปลูกโดยใช้กิ่งชำหรือใช้เมล็ด ปลูกได้ทั่วไปกะเพราใช้เป็นเครื่องปรุงรสทำให้ร้อนและขับลมได้ดี ใบกะเพราใช้ใส่แกงป่าผัดเผ็ด ผัดเผ็ดนก ผัดขี้เมาและนำไปแต่งกลิ่นอาหารให้ชวนรับประทานขึ้น ข่า ลำต้นที่อยู่ในใต้ดินเรียกว่า เหง้า เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน เนื้อในสีเนื้อ และมีกลิ่นหอมเฉพาะลำต้นที่อยู่เหนือดิน สูงได้ถึง 2 เมตร ใบสีเขียว ออกสลับข้างกัน รูปร่างรียาว ปลายแหลม ที่มา:http://www1.mod.go.th/heritage/nation/pri/pri.htmดอกออกเป็นช่อที่ยอด ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีขาวนวล ด้าน ในของกลีบดอกมีประสีแดง ผลเปลือกแข็ง รูปร่างกลมรี เหง้าข่า เป็นเครื่องเทศที่ใช้ชูรสอาหาร ใส่ในเครื่องแกงแทบทุกชนิด ใช้ปรุงต้มข่าไก่ ผัดเผ็ด ลาบ ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ใส่ในต้มเนื้อ ต้มปลา เพื่อดับกลิ่นคาวรสเผ็ดปร่า ขับลม แก้บวม ฟกซ้ำ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด |
Ponsawan Primary Hospital health care
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สมุนไพรไทยในครัวเรือน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)